อุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ของอินโดนีเซียขยายตัวแข็งแกร่ง โดยยอดสินเชื่อคงค้าง ณ เดือนสิงหาคม 2026 เติบโตขึ้น 13.65% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 9,178 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 577.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของสินเชื่อบรรษัทและการลงทุน ควบคู่กับมาตรการกวาดล้างบัญชีธนาคารที่ถูกระบุว่าใช้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย
ยึดบัญชีต้องสงสัยพนันออนไลน์ เพิ่มเป็น 38,796 บัญชี
สำนักงานบริการการเงินแห่งอินโดนีเซีย หรือ OJK เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ยกระดับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น (enhanced due diligence) และอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์แล้วราว 38,796 บัญชี เพิ่มขึ้นจากรายงานช่วงก่อนหน้าที่ระบุไว้ 38,379 บัญชี โดยข้อมูลส่วนหนึ่งส่งต่อมาจากกระทรวงการสื่อสารและกิจการดิจิทัล (Komdigi) ซึ่งบัญชีที่ถูกระงับการให้บริการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งกับความพยายามป้องกันการฟอกเงินของทางการ
นาย Dian Ediana Rae หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลธุรกิจธนาคารของ OJK ระบุว่าธนาคารต้องตรวจสอบข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน (NIK) ของเจ้าของบัญชี และหากพบว่าผู้ต้องสงสัยถือครองบัญชีอื่นในชื่อเดียวกันให้สั่งปิดบัญชีเหล่านั้นทั้งหมด พร้อมกำชับให้ธนาคารสืบหาผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (beneficial ownership) เพื่อปิดทางไม่ให้ขบวนการพนันออนไลน์เลี่ยงกฎผ่านบัญชีรองได้อีก
สินเชื่อลงทุนโตเด่น 25% BNPL โตเกือบ 30%
กลับไปที่ตัวเลขสินเชื่อ สินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาวขยายตัวเร็วที่สุดถึง 25.11% เมื่อเทียบรายปี ส่วนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนโต 11.45% และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคโต 5.07% โดยกลุ่มธนาคารรัฐเป็นหัวหอกด้วยการเติบโต 16.41% ขณะที่กลุ่มธุรกิจองค์กรขยายตัวเร็วสุดในฝั่งลูกหนี้ที่ 22.18% ส่วนสินเชื่อ SMEs โตช้ากว่าที่ 2.38%
ฝั่งสินเชื่อผู้บริโภคดิจิทัลก็ขยายตัวต่อเนื่อง ยอดค้างชำระแบบซื้อก่อน-จ่ายทีหลัง (BNPL) ที่ออกโดยธนาคารโต 29.10% จากปีก่อนหน้า คิดเป็น 31.41 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 1.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ครอบคลุมผู้ใช้ที่จดทะเบียนแล้วถึง 34 ล้านบัญชี
สภาพคล่อง-คุณภาพสินเชื่อยังเสถียร
ด้านเงินฝากจากลูกค้าภายนอกเพิ่มขึ้น 10.94% เป็น 10,413 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 654.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) นำโดยเงินฝากประจำที่โต 13.10% อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 23.04% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อ่อนลงจาก 4.58% เหลือ 4.31% ซึ่ง OJK อธิบายว่าเกิดจากต้นทุนเงินฝากที่สูงขึ้นและผลกระทบที่ล่าช้าของดอกเบี้ยนโยบาย 5.75% โดยธนาคารเลือกแบกภาระต้นทุนไว้บางส่วนแทนที่จะผลักภาระดอกเบี้ยทั้งหมดให้ผู้กู้ ส่วนหนี้เสีย (NPL) ยังนิ่งที่ 2.11% (สุทธิ 0.84%) ซึ่งทำให้ภาคธนาคารเดินเข้าสู่ไตรมาส 4 อย่างมีเสถียรภาพท่ามกลางมาตรการกวาดล้างบัญชีพนันออนไลน์ที่เข้มขึ้นเรื่อย ๆ
เกี่ยวกับผู้สนับสนุน
SA THAI เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ระบบอัตโนมัติ 24 ชม. ฝาก-ถอนไว มั่นคงปลอดภัย 100% รวมเกมดังครบทุกค่าย • DGTHAI เว็บตรงบาคาร่าและเกมเดิมพันครบวงจร ระบบเสถียร จ่ายจริงทุกบิล รองรับทั้งบาคาร่า กีฬา และอีสปอร์ต
